<< ย้อนกลับ

Research

ที่มาของโครงการ

คอร์รัปชันเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงและกระจายตัวอยู่อย่างกว้างขวางในสังคมไทยทั้งในภาครัฐและเอกชน อีกทั้งเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ทำให้ในช่วงระยะสิบปีที่ผ่านมาจึงมีการพัฒนาระบบ โครงการและการรณรงค์ต่าง ๆ เพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันด้วยเครื่องมือ แง่มุมและระดับของปัญหาที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันของประเทศไทยอาจยังไม่เห็นผลมากนักเมื่อเทียบกับผลการประเมินดัชนีชี้วัดการคอร์รัปชันต่าง ๆ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เช่น ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perception Index: CPI) หรือ ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (Corruption Situation Index: CSI) ที่ชี้ให้เห็นไปในทางเดียวกันว่าระดับการคอร์รัปชันในประเทศไทยนั้นสูงมากและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะมีมาตราการต้านโกงจำนวนมากก็ตาม

สาเหตุประการหนึ่ง อาจมาจากมาตรการต้านโกงส่วนใหญ่ มุ่งเน้นการแก้ไขโดยใช้โครงสร้างระดับบน (Top-down) ในการกำกับดูแลโดยใช้กลไกทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามเป็นหลัก แต่ยังไม่ให้ความสำคัญมากพอกับการสร้างความร่วมมือจากประชาชนอย่างจริงจัง แต่ในประเทศอื่น ๆ เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) เนื่องจากการป้องกันคอร์รัปชันไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ประการที่สอง คือ วิธีการต่อต้านคอร์รัปชันที่ผ่านมาอาจยังไม่หลากหลายและตรงกับความสนใจของคนไทยมากพอ
ซึ่งผลจากงานวิจัยเรื่องสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน (2561) ที่ทีมวิจัยได้มีส่วนร่วมดำเนินการมีข้อค้นพบว่า คนไทยต่างช่วงวัยและต่างพื้นที่มีความเข้าใจและตอบสนองต่อรูปแบบและคอร์รัปชันที่แตกต่างกัน แนวทางสร้างความร่วมมือจากประชาชนเพื่อต่อต้านคอร์รัปชันให้ได้ผลจึงต้องสร้างองค์ความรู้ เครื่องมือและกลไกที่หลากหลายตามความสนใจของคนแต่ละกลุ่ม รวมถึงต้องมีวิธีการสื่อสารที่มีผลต่อการรับรู้ของประชาชนในเรื่องคอร์รัปชันที่ต่างกันออกไป ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยลดข้อจำกัดและเพิ่มประสิทธิภาพการต่อต้านคอร์รัปชันให้ได้ผล จึงมีกลไกหลักอยู่ที่การสร้างเครือข่ายพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen) ในการต้านโกง และมีกลไกหนุนเสริมด้านเครื่องมือและองค์ความรู้ด้านการต่อต้านคอร์รัปชันจากองค์กรที่เน้นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ

ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยภายใต้บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและสนับสนุนการพัฒนาระบบธรรมาภิบาล จึงมีความสนใจในการออกแบบและผลิตงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านคอร์รัปชันด้วยการบูรณาการความรู้จากหลายศาสตร์และวิธีการที่หลากหลายเพื่อให้การต่อต้านคอร์รัปชันเข้าถึงกลุ่มคนไทยได้มากที่สุด ผ่านการจัดการองค์ความรู้ด้านการต้านโกงในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น งานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่เน้นการขับเคลื่อนประเด็นเพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง การวิจัยเชิงนโยบายเพื่อจัดทำมาตรการต้านโกง การพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ในการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการและงานผลิตสื่อที่มีผลต่อการรับรู้ของประชาชนในเรื่องคอร์รัปชัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายขององค์กรที่ต้องการสร้างสังคมให้มีคอร์รัปชันน้อยที่สุด (Corruptless at HAND) และสนับสนุนให้การคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่คนไทยและสังคมไทยยอมรับไม่ได้

แนวทางการดำเนินงาน

ทีมวิจัยมุ่งเน้นการออกแบบงานวิจัยที่สอดคล้องกับผู้รับบริการที่มีความหลากหลาย ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชน รวมถึงเด็กและเยาวชน (Convenience) ด้วยการออกแบบเครื่องมือและผลิตองค์ความรู้ที่ครอบคลุมมิติของการต่อต้านคอร์รัปชันที่รอบด้าน ได้แก่ มิติการป้องกัน มิติการปลูกฝังและมิติการเปิดโปงภายใต้หลักการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม โดยให้ผู้รับบริการเข้ามาร่วมคิดและร่วมลงมือทำอย่างสร้างสรรค์ตั้งแต่ต้นทางเพื่อออกแบบงานที่เหมาะสมที่สุด (Customisation) และสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในการตรวจสอบและติดตามการต้านโกงอย่างต่อเนื่องรวมถึงเน้นการสร้างความร่วมมือ (Collaboration) ระหว่างเครือข่ายต้านโกงเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน อันเป็นปัจจัยสำคัญของการป้องกันการคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการต่อต้านคอร์รัปชันด้วยการพัฒนาฐานข้อมูลต้านคอร์รัปชันเพื่อรวบรวมงานวิจัยและสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันให้กับสังคมด้วย

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

ตั้งแต่ปี 2560 ทีมวิจัยได้มีโอกาสผลิตงานวิจัยทั้งในระดับนโยบายและงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ รวมถึงผลิตสื่อและจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาล โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาระบบ กลไกและมาตรการการต่อต้านคอร์รัปชันรวมถึงสร้างเครื่องมือหนุนเสริมเพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการศึกษา สื่อ และเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชันจำนวนมาก ทั้งในฐานะผู้วิจัยหลักและผู้วิจัยร่วมในโครงการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ศูนย์ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ท.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น โดยมีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ ดังนี้

เครือข่ายร่วมดำเนินการ