Bribe Payers Index (BPI)

BPI ประเมินอะไร

สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารในภาคเอกชนทั่วโลกต่อพฤติกรรมการติดสินบนของบริษัทในประเทศต่าง ๆ เมื่อทำการค้ากับต่างประเทศ เพื่อนำเสนอข้อมูลการเรียกรับหรือให้สินบนในภาคธุรกิจในด้านประเภทของสินบน การติดสินบนระหว่างบริษัทต่าง ๆ ภาคธุรกิจที่มีการติดสินบน และนำมาจัดอันดับประเทศที่มีการติดสินบนมากที่สุดจากประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด 28 ประเทศทั่วโลก เพื่อนำไปประเมินประสิทธิภาพของรัฐบาลในการกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศและภาคธุรกิจให้มีความโปร่งใสและลดการเรียกรับสินบน โดยมีการประเมินต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปี พ.ศ. 2554

วิธีการประเมินของ BPI

BPI ใช้วิธีการสำรวจมุมมองต่อการติดสินบนของบริษัทต่าง ๆ ผ่านการให้คะแนนของผู้บริหารระดับสูงจาก 30 ประเทศทั่วโลก โดยมีการสำรวจอย่างน้อย 100 คนในแต่ละประเทศ สำหรับการให้คะแนน BPI ใช้วิธีการให้คะแนนอยู่ที่ระดับ 0 – 10 คะแนน ถ้าได้ 0 คะแนนหมายถึง บริษัทจากประเทศนั้นมีการติดสินบนมาก หรือหากได้ 10 คะแนน หมายถึง บริษัทจากประเทศนั้นไม่เคยติดสินบน โดยผู้ประเมินต้องเคยทำธุรกิจกับประเทศที่เข้าร่วมการประเมิน

หัวข้อการประเมินของ BPI

BPI ประเมินจากข้อคำถาม 5 ข้อที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการติดสินบนของแต่ละประเทศ เช่น ความถี่ของการมีส่วนร่วมของบริษัทในการติดสินบน ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีการติดสินบน ความถี่ของการติดสินบนในภาคส่วนต่าง ๆ ความถี่ของการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อธุรกิจ และความถี่ของการใช้อิทธิพลทางการเมืองหรือตำแหน่งทางการเมืองในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น โดยทำการสำรวจในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด 28 ประเทศทั่วโลก

ผลประเมินประเทศไทย

BPI ประเมินผลล่าสุดในปี 2554 โดยได้ดำเนินการสำรวจในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกว่า 3,016 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลก พบว่า ประเทศที่มีการติดสินบนน้อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ (ได้คะแนนเท่ากัน 8.8 คะแนน) เบลเยียม และเยอรมันตามลำดับ  ส่วนประเทศที่ติดสินบนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซียและเม็กซิโก ตามลำดับ นอกจากนี้ อันดับภาคธุรกิจที่มีการติดสินบนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาคก่อสร้าง รองลงมา คือ ภาคสาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ และภาคพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ ตามลำดับ ส่วนภาคธุรกิจที่มีการติดสินบนน้อยที่สุด ได้แก่ ภาคเกษตร รองลงมา คือ อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ภาคการบินและภาคเทคโนโลยีสารสนเทศตามลำดับ ส่วนประเทศในกลุ่มอาเซียนที่อยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้มี 3 ประเทศ ได้แก่ สิงค์โปร์ อันดับที่ 8 มาเลเซีย อันดับที่ 15 และอินโดนีเซีย อันดับที่ 25

ดัชนีคอร์รัปชันทั่วโลก